ไขข้อสงสัย? วิธีการเลือกซื้อเมล็ดกาแฟสดแบบไหนดีที่สุด

เมล็ดกาแฟสด

การเลือกซื้อเมล็ดกาแฟสด เมล็ดกาแฟคั่ว อย่างไรถึงจะดีที่สุด การเลือกซื้อเป็นสิ่งที่เหล่านักดื่มกาแฟหรือคอกาแฟไม่ควรมองข้าม เพราะเมล็ดกาแฟคั่วบดที่ดี จะช่วยเพิ่มความนุ่มละมุนและให้กับกาแฟถ้วยโปรดของคุณ เป็นพิเศษได้มากกว่าเดิม ใครที่ต้องการเลือกซื้อเมล็ดกาแฟสด หรือเมล็ดกาแฟคั่ว ให้คุ้มค่า ลองหันมาทำความเข้าใจในข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่ง จะช่วยให้คุณได้รสชาติที่ดีที่สุดและสมบูรณ์แบบอย่างที่คุณต้องการได้ มันมีอะไรมากกว่า ที่มีค่ามากกว่าการชงแบบแค่การฉีกซองเทลงน้ำร้อนแล้วดื่มใช่ไหมครับ

มีหลักการเลือกซื้อเมล็ดกาแฟสดซื้ออย่างไร

  • เลือกเมล็ดกาแฟคัดเกรอเอเท่านั้น หากใช้เมล็ดกาแฟเกรดต่ำ ถ้าเอามาคั่วในระดับอ่อนหรือปานกลางก็จะไม่ได้รสชาติที่อร่อยมาก ดังนั้นจึงต้องคั่วแบบเข้มเพื่อให้กลิ่นความไหม้เข้ามากลบ เมล็ดกาแฟกลุ่มนี้จึงรับซื้อในราคาถูก เอามาคั่วแบบเข้ม หากไปซื้อตามร้านให้สังเกตุที่เครื่องบดกาแฟ ว่าเขาเอาเกรดไหนบดให้เรา เมล็ดกาแฟเกรดเอ จะใช้เมล็ดใหญ่สม่ำเสมอ ไม่มีเมล็ดหัก คือมันจะมีความสมบูรณ์ของเมล็ดมากๆ
  • ก่อนซื้อควรจะต้องดู วันเดือนปีผลิตและวันหมดอายุ ปกติเมล็ดกาแฟสดเมื่อเก็บในถุงฟอยล์เป็นตัวช่วยป้องกันไม่ให้เมล็ดกาแฟโดนแสงแดดหรือความชื้น  ที่วางขายจะมีอายุในช่วง สูงสุด 6-12 เดือน เพราะคุณภาพจะลดลงตามการเวลา โดย กาแฟจะหอมที่สุดเมื่อคั่วได้ 5 วัน และจะค่อยๆ ลดระดับลงเรื่อย ๆ งั้นเวลาเลือกซื้อ อย่าลืม ดูถุงที่ใหม่ จะได้กาแฟหอมกรุ่นกว่า
  • ควรเลือกถุงขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 200-250 กรัม และควรใช้ให้หมดใน 1 สัปดาห์เมื่อเปิดถุงแล้ว
  • หากข้างซองระบุว่า Espresso คือเมล็ดกาแฟสดที่ผ่านการคั่วใน ระดับเข้ม หรือ Dark Roast ส่วนซองที่ระบุว่า Medium Roast คือ เมล็ดกาแฟที่คั่วระดับกลาง ดื่มได้เรื่อยๆเหมาะสำหรับเสริฟในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าผู้ดื่มชอบรสแบบไหน
  • ควรซื้อกาแฟในซองที่มีวาล์วระบายอากาศ  (One Way Vale) เพราะ ว่าเมล็ดกาแฟ จะคาย อากาศและความชื้นตลอดเวลา หากระบายอากาศไม่ได้จะเสียคุณภาพเร็วยิ่งขึ้น  และมีผลให้กาแฟมีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์
  • เก็บเมล็ดกาแฟให้พ้นแสงแดดการเก็บควรที่จะเก็บในขวดสูญญากาศ อย่าเก็บในตู้เย็นเพราะว่าเมื่อออกจากตู้เจออากาศร้อนเมล็ดกาแฟจะชื้น ทำให้ติดกับเครื่องบดและมีกลิ่นจากตู้เย็นมาติดด้วย

สายพันธุ์เมล็ดกาแฟมีผลต่อรสชาติและกลิ่น

อย่างที่บทความก่อนได้เขียนเอาไว้ว่า อาราบิก้า (Arabica) กับ โรบัสต้า (Robusta) ต่างกันตรงไหน?

กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า จะได้หอมละมุน ปริมาณคาเฟอีน 1-2% ต่อ 10 หน่วยโดยประมาณ

กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า  จะได้บอดี้ หอมน้อยกว่าอาราบิก้ามาก ปริมาณคาเฟอีน 4-6% ต่อ 10 หน่วยโดยประมาณ

หลายร้านจึงนิยม เอากาแฟอาราบิก้ามาจำนวนหนึ่งคั่วระดับกลาง (MEDIUM  ROAST) สีช๊อกโกแล็ต ส่วนความเข็มได้จากกาแฟโรบัสต้าคั่วเข้ม (DARK  ROAST)  แต่ไม่ไหม้ แล้วนำมันมาผสมกัน ก็จะเป็นกาแฟสดหอมเข้มโดนใจหลายๆ ท่าน และแหมาะกับการทำกาแฟเย็นเป็นอย่างยิ่ง

หากคุณคิดว่าไม่เป็นการยุ่งยากเกินไป ลองเลือกซื้อเมล็ดกาแฟคั่วที่ยังไม่ผ่านการบดดูสิ แล้วมาลงมือทำด้วยตัวเองผ่านเครื่องบดที่บ้าน โดยบดในปริมาณน้อยสำหรับดื่มให้หมดใน 1-2 วัน เพื่อคงรสชาติของกาแฟเอาไว้ให้คงที่เสมอ ก็จะทำให้สามารถเลือกซื้อเมล็ดกาแฟคั่วบดที่มีคุณภาพได้ตามมาตรฐานที่ต้องการ พร้อมสำหรับการชงแล้วล่ะ แต่หัวใจสำคัญสุดท้ายอยู่ที่การชงและการดื่มอย่างถูกวิธีนั่นเอง

สั่งซื้อ เมล็ดกาแฟสด เมล็ดกาแฟคั่ว คลิก https://shopee.co.th/jirapornukiuki

Follow me!